Nattawat's profile๛TochiHiKo๛PhotosBlogListsMore Tools Help

Windows Media Player

Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
ga-ra-gate srinakronwrote:
ใส่แว่นหวัดดีจ้า..แหมห้องเจ๋งมากเลยเก่งนะน่าสนใจจิงเลย..อิอิ
Jan. 14
May 11

Nattawat Anupongpaiboon

Occupation
Location
Interests
เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน
เหมือนชีพชื่นบรรเลงเพลงสวรรค์
คนที่ควรชมนิยมกัน
ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา

Poll

Loading...

Horoscopes

Loading...

Weather

Loading...

๛TochiHiKo๛

รักแท้นั้นยากหาสุดจะคว้ามาเชยชม มิตรแท้ที่นิยมยิ่งยากหากว่ารักแท้

HTML Sandbox

Loading...

LabPixies Clock

Loading...
9/24/2008

ที่ยืนยังมีอยู่...

>> ที่ยืนยังมีอยู่...

วันที่อุปสรรคและปัญหาถาโถมมาสู่ชีวิต...

ได้กลายเป็นวันที่ความหวังอับแสง

และเหมือนชีวิตมืดมน...

หลายคนเฝ้าตัดพ้อและคร่ำครวญ

ว่าชีวิตไม่มีหนทางไปไหน..โลกไม่มีที่ให้อยู่

เหมือนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า

แค่ผลักประตูออกไป...

ก็มีถนนมากมายรออยู่ตรงหน้า

มีสิ่งใหม่ในชีวิตอีกร้อยพันอย่างให้เรียนรู้

มีความหวัง..ความฝันมากมายรอให้ไขว่คว้า

มีมือของใครต่อใครอีกมากมาย...

ที่ยื่นมาให้เราเกาะเพื่อลุกขึ้น

มีดวงตะวันดวงใหญ่ที่จะฉายแสงอยู่ในทุกๆ เช้า

อย่างนี้แล้วโลกจะมืดมนตรงไหน...

จะไม่มีทางไปตรงไน...

โลกไม่มีที่ให้อยู่ตรงไหน...

หรือถ้าโลกไม่มีที่ให้อยู่จริงๆ

ไม่มีที่จะอยู่จริงๆ

ก็อยู่ไปก่อน...

ตรงที่เท้ายืน...

"เพราะคนมีเวลาจำกัดบนโลก เราจึงควรใช้เวลากับความสุข

มากกว่าการสะสมทุกข์..."

2/12/2008

เรื่องสั้น Valentine

ใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีโต๊ะหินอ่อนวางเรียงรายเป็นแนว มีนิสิตนั่งจับกลุ่ม บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ บ้างหยอกล้อกินขนมกัน...

“เอ เย็นนี้แนนไปทำวิทยานิพนธ์กับเพื่อนนะ” แนนพูดพลางเก็บหนังสือ

“ไปทำวิทยานิพนธ์กับใคร” เอเงยหน้าขึ้นมองแนนทันที

“ไปกับกิ๊ฟกับฝนหนะ นะๆๆๆ” แนนพูดพลางเดินไปนั่งข้างๆเอ เขย่าแขนเหมือนเด็กอ้อนวอนผู้ใหญ่

“ให้เอไปส่งมั้ย เอว่างนะ” เอพูดพลางยิ้ม ลูบผมแนนเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฝนเอารถมา” แนนพูดพลางซบหน้าลงบนบ่าของเอ

“นี่ แล้วกินข้าวเสร็จแล้วอย่าลืมกินยาล่ะ เข้าใจมั้ย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมโทรมาบอกด้วย” เอพูดพลางจ้องหน้าแนนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ค่ะ หัวหน้า สั่งจริงๆเลย” แนนพูดพลางยิ้ม เอามือหยิกจมูกเอด้วยความเขิน

“กิ๊ฟๆ แฟนแกเป็นงัยบ้าง” ฝนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถ ขณะที่ตนอยู่หลังพวงมาลัย

“ปวดหัวสุดๆ เจ้าชู้เป็นบ้าเลย” กิ๊ฟพูดปัดๆคล้ายกับไม่ค่อยพอใจในแฟนตัวเองนัก

“ทำไมไม่เลิกๆไปสิ จะได้ไม่กลุ้ม” ฝนเสนอความเห็น มองหน้ากิ๊ฟผ่านกระจกมองหลัง

“หน่า....ให้โอกาสสักครั้ง” กิ๊ฟพูดพลางซบหน้าลงที่กระจกหันหน้ามองออกนอกรถด้วยอาการเอือมระอา

“โอกาสสักครั้ง รอบที่ล้าน” เสียงหัวเราะดังขึ้นเกือบพร้อมกันทั้งรถ

“แล้วแนนล่ะ แหม...เจ้าชายเธอเอาใจเธอดีนะ” ฝนพูดขึ้นพลางหันไปมองแนนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ

“โอ๊ย รายนั้นไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังจับไม่ได้สักทีว่ามีกิ๊กเก็บไว้ที่ไหน” แนนพูดยิ้มพลางหันไปมองหน้าฝน

“แปลได้สองอย่าง...ถ้าแฟนเธอไม่รักเธอคนเดียว เค้าก็เก่งมากที่หลอกเธอมานานหลายปี” เสียงหัวเราะดังขึ้นแทบจะพร้อมกันทั่วรถ

“เอี๊ยยดดด.....” เสียงเบรกลากล้อดังยาวจากด้านข้างตัวรถ คนทั้งรถหันไปมองแทบจะพร้อมกัน รถบรรทุกฝ่าไฟแดงพุ่งเข้าชนรถเก๋งของฝนอย่างจัง แรงอัดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียด ห้องโดยสารด้านหน้าฝั่งคนนั่งยุบเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด....ร่างไร้สติของแนนยังคงสงบนิ่งติดอยู่ในรถเก๋งขนาดสองตอน มัจจุราชอาจฉุดวิญญาณเธอออกจากร่างได้ทุกเมื่อ



“แนนๆ” เสียงกระซิบเบาๆดังข้างหู ทำให้แนนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา

“อยู่ไหน....โอ๊ย เจ็บ” แนนค่อยๆอ้าปากพูด แต่ไม่ชัดนัก เฝือกขาวถูกแต่งแต้มตามร่างกายของแนนคล้ายกับเป็นเครื่องประดับ

“ใจเย็นๆ แนน เธอสลบไปสองเดือน” .....สองเดือน สองเดือน แนนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง. ...ฝนค่อยๆอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แนนฟัง.....

“แล้ว สรุปว่าฉันเจ็บคนเดียวใช่มั้ย” แนนพยายามพูด เสียงพูดของแนนแทบจะไม่ได้ยิน

“อืม...” ฝนพยักหน้าเบาๆ กำมือแนนไว้นิ่งๆ

“เอ ล่ะ เออยู่ไหน” แนนเพิ่งนึกขึ้นได้ แฟนเธออยู่ไหน

“เอมาหาเธอครั้งเดียว วันแรกที่ชน แล้วหายไปเลย” ฝนพูดพลางลูบหัวแนนเบาๆ

“ไม่เป็นไรนะ ไม่มีเอ เราก็อยู่กันได้ จริงมั้ยเพื่อน” ฝนพยายามพูดปลอบใจแนน

“อืม...” น้ำตาค่อยๆกลั่นตัวหยดลงมาจากนัยน์ตาของแนน คำพูดของฝนตอนคุยกันในรถคงจะเป็นความจริง....เขาเก่งมากจริงๆ เก่งมากที่หลอกแนนมาหลายปี เก่งมากที่หลอกว่ามีแนนคนเดียว.....ทำไมผู้ชายทั้งโลกถึงนิสัยเหมือนกันหมดเลย เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกัน เสียดายความรักที่มอบให้.....เสียดาย เสียดาย เสียดาย

“คุณแนน ค่อยๆก้าวนะครับ ช้าๆ” บุรุษพยาบาลพยายามพยุงแนนขึ้นเดิน แนนยังคงไม่หายเจ็บดี ยังคงต้องทำการกายภาพบำบัดอีก

“ระวังล้มนะครับ จับผมไว้ดีๆ” บุรุษพยาบาลเดินช้าๆเพื่อให้แนนเกาะแขนเดินตามช้าๆ.....ทำไมบุรุษพยาบาลถึงไม่ใช่เอนะ....ทำไม ทำไม ทำไม

“คุณบุรุษพยาบาลค่ะ นี่ฉันสลบไปนานถึงขั้นต้องกายภาพบำบัดกันเลยเหรอ” แนนถามด้วยความสงสัย

“โห คุณไม่ได้เดินสามเดือนนี่ มันนานนะครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยความสุภาพ

“จะว่าอะไรมั้ยค่ะ ถ้าจะถามชื่อเล่น คือถ้าเรียกว่าคุณบุรุษพยาบาล เกรงว่ามันจะยาวไป” แนนพูดพลางยิ้ม

“ผมชื่อ กอล์ฟ ครับ” บุรุษพยาบาลตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม น้ำเสียงเรียบๆ

นับจากวันนั้น แนนและกอล์ฟเริ่มสนิทกัน ทุกเย็นกอล์ฟจะพาแนนออกไปทำกายภาพบำบัด ไม่นานแนนก็สามารถเดินเองได้และออกจากโรงพยาบาลในที่สุด....

“คุณแนนค่ะ น้ำดื่มค่ะ” พยาบาลชุดขาวเดินถือแก้วน้ำมาวางข้างๆเธอ ขณะเธอนั่งรอกอล์ฟที่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล เธอได้แต่พยักหน้าและยิ้มให้ด้วยไมตรี

“กอล์ฟๆ ไปกินข้าวกัน” แนนพูดทันทีที่เห็นกอล์ฟเดินออกมา มีพยาบาลหลายคนยกมือไหว้แนน แนนก็ได้แต่รับไหว้ด้วยสีหน้างงเล็กน้อย

“ไปสิครับ” กอล์ฟพูดพลางค้อมตัวลงผายมือไปที่ห้องอาหารของทางโรงพยาบาล ดูกอล์ฟค่อนข้างสุภาพและให้เกียรติแนนมาก....มากจนน่าแปลกใจ ท่าทางโรงพยาบาลนี้จะเข้มงวดเรื่องมารยาทกับพยาบาลมาก แนนและกอล์ฟสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ....จนบางครั้งแนนก็อยากให้กอล์ฟมาแทนที่เอ

บ่อยครั้งที่แนนคิดถึงเอ เอก็ไม่โทรมา

บ่อยครั้งที่แนนอยากคุยกับเอ เอก็ไม่ติดต่อมา

บ่อยครั้งที่แนนนั่งเหงา อยากให้เอนั่งเป็นเพื่อน แต่เอก็ไม่ปรากฎตัว

เอ....เอ....เอ เอหายไปไหน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอบอกว่าจะให้แนน

ไหนล่ะ หัวใจที่เอเคยเขียนไว้บนฝ่ามือแนน

มันคงหายไปแล้ว....หายไปพร้อมกับเอ

หายไปพร้อมกับผู้ชายโกหก....ผู้ชายเจ้าชู้

ทำไมผู้ชายเหมือนกันทั้งโลก.....ทำไม ทำไม ทำไม



ใกล้วาเลนไทน์เข้าไปทุกที ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆ ไม่มีเอคอยให้ดอกกุหลาบแดง ไม่มีอีตาบ๊องทำท่าเขินอายให้ดู

“แนนๆ วาเลนไทน์ปีนี้ ว่างหรือเปล่าครับ” เสียงกอล์ฟดังตามสายโทรศัพท์

“ว่างค่ะ ทำไมค่ะ” แนนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“พอดีผมมีของจะให้แนนนะครับ เดี๋ยววันวาเลนไทน์บ่ายสามโมงเจอกันที่สยามนะครับ” กอล์ฟเสนอความเห็น

“ตกลงค่ะ” แนนพูดพลางกดวางสาย สีหน้าแววตาเปี่ยมด้วยความหวัง....หวังว่ากอล์ฟคงจะมาแทนที่เอได้เสียที

วันวาเลนไทน์ วันที่กุหลาบแดงบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วโลก แม้ในลานที่สยามหรือที่วัยรุ่นเรียกกันสั้นๆว่า “เซนเตอร์พอยต์” ยังถูกละเลงด้วยดอกกุหลาบสีแดง...นักเรียน นักศึกษาต่างถือกุหลาบแดงในมือเดินกันขวักไขว่ทั่วลาน

“ขอโทษค่ะ มาสาย” แนนพูดพลางยิ้มก่อนดึงเก้าอี้ออกมานั่ง

“ไม่เป็นอะไรครับ” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม

“อืม...ว่าแต่มีอะไรจะให้แนนเหรอ” แนนพูดพลางจ้องตากอล์ฟ...หากกอล์ฟมีพิรุธ แนนจะจับได้ทันที

“อันนี้ของแนนนะครับ” ดอกกุหลาบสีแดงถูกดึงออกมาจากถุงอย่างช้าๆ วางลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล

“หมายความว่ายังไงค่ะ จะขอหัวใจแนนเหรอ” แนนพูดติดตลกพลางยิ้ม เธอคิดว่าเธออ่านเกมส์ออกหมด

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอก” กอล์ฟพูดพลางยิ้ม แต่กลับทำให้แนนงง

“อ้าว...แล้วกุหลาบสีแดงนี่...” ไม่ทันแนนจะพูดจบ กอล์ฟต่อคำพูดของเขาทันที

“ผมไม่กล้าขอหัวใจแนนหรอกครับ เพราะหัวใจของแนนไม่ใช่ของแนน” ปั้ง...เหมือนมีแผ่นเหล็กหนาหลายฟุตทุบลงกลางศีรษะ แนนเริ่มงงกับความหมายขึ้นไปทุกที...มันแปลว่าอะไร???

“หัวใจของคุณ คือเจ้าของกุหลาบดอกนี้” กอล์ฟพูดต่อ....แนนทำหน้างงๆไม่เข้าใจความหมายแม้แต่นิดเดียว

“ตอนคุณประสบอุบัติเหตุเข้ามาที่โรงพยาบาล คุณเสียเลือดมาก...หัวใจคุณเต้นอ่อนจนแทบจะล้มเหลว พวกผมและหมอพยายามเยียวยาจนถึงที่สุด” กอล์ฟเริ่มอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น.....เรื่องที่แนนไม่เคยรู้

“มีผู้ชายคนนึง วิ่งเข้ามาบอกว่าเป็นแฟนคุณ เขาบอกให้ช่วยคุณให้ได้ เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า...เขายอมจ่ายไม่อั้น ไม่ว่าทางเราจะขออะไร เขาจะจัดหาให้หมด.....คำพูดของเขาทำให้ผมประทับใจมาก” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่...แนนรู้ทันทีว่ากอล์ฟหมายถึงเอ

“ผมยอมแลกทุกอย่างกับชีวิตเธอ - เขายอมแลกทุกอย่างกับชีวิตคุณ” กอล์ฟพูดพลางจ้องหน้าแนนนิ่ง แต่แนนยังคงทำสีหน้างงอยู่

“เขายอมทุกอย่างจริงๆ ทีแรกหมอบอกว่าทางเราหาเลือดไม่พอให้คุณ เขาวิ่งตามหาเลือดให้คุณไปทั่วทุกโรงพยาบาล แต่กลับไม่พบว่ามีเลือดถุงไหนที่ตรงกับเลือดคุณ” กอล์ฟพูดด้วยน้ำเสียงปกติ สายตามองไร้จุดหมาย

“สุดท้ายเราตรวจเลือดของเขา พบว่าตรงกับของคุณพอดี เขาบอกให้ทางเราเอาไป เอาไปให้คุณ....ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะเป็นอย่างไร ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ” กอล์ฟหยุดพูดชั่วครู่พยายามกลั้นน้ำตา....แต่นัยน์ตาแนนเริ่มเจิ่งนองไปด้วยน้ำใสๆ

“ต่อมา...ตอนพวกผมถ่ายเลือดให้คุณ หัวใจคุณเต้นอ่อนลงเรื่อยๆ จนหมอต้องเดินออกไปบอกให้เขาทำใจ.....ทำใจว่าเขาจะต้องเสียคุณ” กอล์ฟพยายามเล่าต่อไปเรื่อยๆด้วยน้ำเสียงปกติ นัยน์ตาแนนเริ่มแดงก่ำ

“เขาถามหมอว่า เธอต้องการอะไร.....” ใช่ เอถามหมอว่าแนนต้องการอะไร

“เธอต้องการ หัวใจครับ หัวใจเธอเต้นไม่ปกติ การสูบฉีดล้มเหลว เราหาเลือดให้เธอช้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่เธอต้องการคือ หัวใจ” หมอหวังว่าเอคงจะเลิกหวังในตัวแนน...หยุดเล่นเกมกับมัจจุราชเสียที

“ตกลง ผมหาให้ – เขาตอบสั้นๆโดยไม่ลังเลเลย” ตกลงผมหาให้....เอจะหาหัวใจให้แนน ทั้งๆที่รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้...เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อจะทำให้เธอ

“คุณรู้มั้ย ว่าคำพูดของเขาทำให้ผมและหมออึ้งกันไปหมด โรงพยาบาลยังหาหัวใจให้คุณไม่ได้ เขาจะมีปัญญาที่ไหนหาหัวใจให้คุณได้” กอล์ฟพูดพลางพยายามหลบสายตาแนน....ตอนนี้กอล์ฟเริ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว

“เขาถามเลขบัญชีของโรงพยาบาลกับหมอ....เขาไม่ได้โอนเงินมาซื้อหัวใจเทียมให้คุณ แต่เขาโอนมาตั้งมูลนิธิการกุศลให้โรงพยาบาล มูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยด้านหัวใจเทียม “นานา” คุณดูดีๆ คำว่า แนน และ เอ ถ้าเขียนติดกัน มันคือ “นานา” นี่คือความปรารถนาสุดท้ายของเขา – เขาอยากให้ตัวเขาเองเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้อยู่กับคนที่เขารัก...เพราะไม่มีหัวใจเทียมสำรอง” เปี๊ยง....แนนโดนสะกิดต่อมความจำเข้าเต็มเปา...เธอเคยเห็นป้ายมูลนิธิขึ้นหราที่โรงพยาบาล แต่เธอไม่เคยเฉลียวใจสักนิด...มิน่า ทำไมหมอและพยาบาลต้องให้เกียรติและดูแลเธอดีเสียจนน่าแปลกใจ ทั้งๆที่เธอไม่มีส่วนได้เสียกับโรงพยาบาลแม้แต่บาทเดียว

“ทันทีที่มีการยืนยันว่าเงินเข้าบัญชีทางโรงพยาบาล เขาก็ยิงตัวตายในห้องน้ำโรงพยาบาลครับ ทิ้งโน้ตไว้ว่า มอบหัวใจให้เธอ - เขามอบหัวใจของเขาให้คุณ” ทันทีที่กอล์ฟพูดจบ แนนปล่อยโฮออกมาเหมือนไม่มีใครอยู่ข้างๆ โต๊ะรอบข้างหันมามองแนนเป็นตาเดียว....เอคือเจ้าของหัวใจ หัวใจที่อยู่ในร่างของแนน

“เขายอมแลกทุกอย่างกับคุณจริงๆ” กอล์ฟพูดพลางวางของทั้งหมดที่เอเคยฝากไว้กับทางโรงพยาบาลคืนให้กับแนน มีทั้งเครื่องเล่นเทป ม้วนเทป จดหมาย.....

“ผมคงไม่กล้าขอหัวใจคุณหรอก หัวใจคุณเป็นของเขา หัวใจเขาเป็นของคุณ” ใช่ หัวใจเอเป็นของแนน เป็นของแนนจริงๆ...ตอนนี้หัวใจแนนตายไปเรียบร้อยแล้ว ตายไปพร้อมกับเอ ตายไปพร้อมกับผู้ชายที่ยอมทุกอย่างเพื่อเธอ

“กุหลาบดอกนี้ เขาบอกผมก่อนไปเข้าห้องน้ำว่า...วาเลนไทน์ที่จะถึง รบกวนซื้อกุหลาบสีแดงให้คุณสักดอก ขอแค่ดอกเดียวก็พอ...เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของเขา” กอล์ฟพูดพลางเช็ดน้ำตา นั่งนิ่งๆสักพักก่อนลุกจากโต๊ะไป....ทิ้งแนนนั่งนิ่งอยู่เพียงลำพัง

“เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” “เอรักแนนนะ” คำพูดซ้ำๆดังมาจากเครื่องเล่นเทป เป็นคำพูดเดียวกันที่พูดกันซ้ำโดยไม่มีการตัดต่อทั้งเทป.....เทป 120 นาทีโดยมีเพลงประกอบเบาๆ แนนค่อยๆคลี่จดหมายออกอ่าน....จดหมายที่มีเนื้อความเพียงบรรทัดเดียว

“หัวใจเอ...เขียนคำว่ารักไว้ เขียนให้แนนคนเดียว”
............................................................................
1/14/2008

สามฆ้อน

วันศุกร์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมงาน 3 ฆ้อนที่ จังหวัด เชียงใหม่ ที่ มช เป็นเจ้าภาพ
เราออกเดินทางจาก จุฬา ตอน 2 ทุ่ม  ไปถึงนู่นก็เช้า 8 โมง ขามา ก็กินเหล้ากันตลอดทาง
มาถึง มช ตอนเช้าก็กินข้าวแล้วก็ไป นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ ตอนไปไอ่ฟีก็เมารถ เหอะๆ
ตอนลง ไอ่ฟีก็เมาอีก เอ้อ ตอนบ่ายๆเข้าที่พัก แล้วกทำหชกิจกรรมร่วมกะ มช มข มทส มหิดล
เล่นเกมส์กันขำๆ ตกเย็นก็กินข้าว+เหล้า เหอะๆ กินกันไปก็หายไปทีละคนสองคน สุดท้าย ก็นั่งอยุ่กะพี่แบงค์ พี่เบส
ไอ่ฟี ถึงตี 2 ก่า เลยเอาไอ่ฟีไปเก็บเพราะเรื้อน สร้างวีรกรรมไว้เยอะแต่จะไม่เล่าละกัน ฮ่าๆ
ก็รุ้สึกดีกะงานนี้นะ ทำไห้ได้รุ้จักเพื่อนต่างมหาลัย  มีเพื่อนเยอะๆก็ดีแฮะ
ปีหน้าเจอกันที่ มข นะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ชาวธรณี
11/28/2007

สวัสดีที่ว่าง

ห่างหายไปนานกับที่ว่างแห่งนี้ เนื่องจากไม่ค่อยจะว่างเท่าไหร่ในการจามาพิมเรื่องราวที่เกิดขึ้น
วันนี้ว่างเลยกลับมาที่ว่างนี้อีกครั้ง เข้าเรื่องเลยละกัน
วันลอยกาทงที่ผ่านมา ไม่ได้ลอยอีกปีนึงแล้ว เพราะ มันมีเรื่องเล่าว่า ถ้าไปลอยกาทงกับแฟนที่จุฬาแล้วจาเลิกกัน
แต่ถ้าใครไม่มีแฟนแล้วไปลอยด้วยกันจาได้แฟน แหล่ะ ฮ๋าๆ ไอ่เราก็ไม่ลอยๆ อิอิ เพราพะไม่กล้า ฮ่าๆ
 
ตอนนี้ ใกล้สอบ FliedTrip แล้วว
Camp note ก็ยังไม่ได้คืน จาเอาอะไรไปอ่าน เอาอะไรไปสอบ
 
เสาร์นี้ Geo night กำลังจามาถึง
ปีที่แล้วไม่ได้ร่วมงานเพราะ อยู่ปี 1 แล้วยังไม่ได้รุ่น ไม่ได้เข้าภาค ก็เลยไม่ไป
แต่ปีนี้ มีรุ่นแล้ว ได้เข้าภาคเต็มตัว ก็รุ้สึกดี กะงานนี้
เนื่องจากพวกเราปี2 นั้น ได้เตรียมการแสดง สวยงามไว้ 3 ชุด อิอิ
ไว้เปนไงบ้างค่อยไปดูกันวันเสาร์ละกัน ฮ่าๆ แล้วจาถ่ายรุปมาให้ดู
 
วันนี้ขอลา ที่ว่างแห่งนี้ ไปก่อนนะ 
ไว้กลับมาเจอกันอีกนะ บาย 
9/20/2007

ประสบการณ์ดีๆคั้งหนึ่งในชีวิต

วันนี้ ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ทำไมตื่นเต้อ่ะหรอก็เพราะว่าวันนี้ที่ภาคจะมีการถ่ายทำสารคดี แต่มันก็ไม่น่าตื่นเต้นตรงไหนถ้าไม่ใช่เพราะกุเปนคนเล่นเปนตัวเอกกะพี่ด้อม
ที่เล่นเปนตัวเอกสองคน วันนี้มีเรียนแลป ตอน 9 โมงเช้า แต่กุก็ไปม่ายทันเพราะมัวแต่นอนอยุ่ จนกระทั่ง พี่ด้อมโทรมาบอกอย่าลืมเอาเนคไท ไปด้วยเพราะต้องทำตัวไห้เรียบร้อย ฮ่าๆ
กว่าจะออกไปถึงก็ 9.30 พอดี ทีมงานเค้าก็มารอถ่ายอยุแร้ว ไอ้กุก็ตื่นเต้น บทไม่ได้ท่อง พึ่งไปท่องตอนไปถึง กลัวจะฮา เพราะบทมันขำมาก ในบท จะต้องเล่นเป็นนิสิตที่ชื่อพายุ แล้วบทพูดนี่แบบเรียบร้อยเกิ้น <----(ไม่ใช่ตัวกุอ่ะ กุหยาบคาย เวลาคุยกะเพื่อน) แต่ก็ตื่นเต้นน้อยลง เพราะพี่เค้ามาบอกว่า ไม่ต้องเกร็งเล่นตามสบาย พูดนอกบทได้ พี่ๆทีมงานก็เลยแสดงไห้เราดูรอบนึงก่อนถ่ายทำ ว่าเราควรจะเล่นยังไงเพื่อไม่ไห้ดูแข็งเกินไป  ก็เลยจำท่าแอคติ้งพี่เค้ามาใช้ซะเลย พอเตรียมแผน ซักซ้อมกันเส็ดก็เริ่มถ่ายทำจริง ถ่ายเทคแรกนี่แบบตื่นเต้นจนกุลืมบท ฮ่าๆ เลยขอเค้าคัท ซะเลย พอเริ่มเทค สอง ก็ดีนะ แต่ดันไปพูดผิดบทอีกแหน่ะ เพราะในบทจิง กุต้องพูดกะะพี่ด้อมว่า เฮ้ เพื่อน เป็นไงมั่ง สบายดีป่ะ ? แต่ตอนนั้นตื่นเต้น บวกกะ พี่เค้าบอกเล่นไห้เหมือนจิงที่สุด กุก็เลยเติมแต่งคำพูดไป จนกลายเปนคำพูดว่า เฮ้ เปนไงมั่งวะ ดันเติมวะไปในสารคดีซะนี่ เลยต้องถ่ายไหม่อีกรอบ พอถึงรอบสามนี่พริ้วเลย ไม่มีติดขัด แต่ว่า กุเมคบทเองไปซะหลายคำพูดเลย นอกเรื่องไปไกล ฮ่าๆ ก็นับว่าเปนความทรงจำ และประสบการณ์ที่ดีนะ ได้ลองในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน
ก็สุดท้ายละ จะสอบอยุ่แล้วอาทิตย์หน้า ก็ขอให้ได้ เอ ทุกคนนะรวมถึงกุด้วย สาธุ
 
 
 
ปล
ขอบคุน อ.ตุ๊ก ที่หยิบยื่นโอกาสการแสดงในครั้งนี้ไห้นะคับ
ขอบคุนพี่ด้อมที่เล่นได้เข้าขา ฮ่า ทั้งที่ไม่ได้ ซ้อมกันมาเลย
ขอบคุนพี่ๆทีมงาน ที่ช่วยไห้ประสบการณ์ดีๆ ช่วยสอนทริคเล็กๆน้อยๆไห้
ขอบคุน ตัวกุเองที่เล่นได้ฮามาก ฮ่าๆ
ขอบคุนโอโจ้ที่ผูกเนคไทค์ไห้กุไหม่เพราะกุผูกไม่เปน
ขอบคุนโดนัทที่อุตส่าถ่ายวีดีโอตอนกุเล่นไว้เพื่อเอามาประจานตัวกุเอง ว่าเล่นไปได้ไง
ขอบคุนเพื่อนๆทุกคนเน้อ
ไปละบาย
9/18/2007

ความในใจ

จากคนที่รักคุณ
 
ขอโทษที่ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

ขอโทษที่กระโดกกระเดก

ขอโทษที่ใจร้อนเสมอ และต้องคอยให้เตือนเสมอ ( น่าเบื่อมาก.. >_< )

ขอโทษที่ชอบร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน

ขอโทษที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม

ขอโทษที่ไม่รู้จักโตสักที

ขอโทษที่ขี้ใจน้อย

ขอโทษที่ขี้งอน

ขอโทษที่ชอบพูดตรง

ขอโทษที่เคยทำร้ายจิตใจกัน

ขอโทษที่จุ้นจ้านเรื่องส่วนตัว

ขอโทษที่ขี้บ่นเหลือเกิน

ขอโทษที่รักซะมากมาย

ตอบกลับ.. จากคนที่รักคุณ...

ขอบคุณครับที่ไม่อ่อนหวาน ผู้ชายอย่างผมจะได้แอบหวานกะเขาบ้าง

ขอบคุณครับที่กระโดกกระเดก ผมจะได้มองออกว่าคุณเขิน

ขอบคุณครับที่ใจร้อน ผมยินดีที่จะทำให้มันเย็น ( ผมไม่เคยเบื่อเลย..^_^ )

ขอบคุณครับที่ร้องไห้เวลาดูหนังด้วยกัน

ผมจะได้มีโอกาสเช็ดน้ำตาของคุณบ้าง

ขอบคุณครับที่ไม่น่ารักและน่าทะนุถนอม

ขืนน่ารักกว่านี้ผมคงแย่งชิงกันคนอื่นอีกนานโข

ขอบคุณครับที่ขี้ใจน้อย

มันแสดงว่าผมก็มีความสำคัญพอให้โกรธบ้าง

ขอบคุณครับที่ขี้งอน ผมจะได้ง้อไง แต่อย่านานนักล่ะ

ผมทรมานใจนะครับ

ขอบคุณครับที่พูดตรง ( T_T ) ฮือๆ

ผมรู้แล้วว่าผมทำกับข้าวไม่อร่อย

ขอบคุณครับที่ทำร้ายจิตใจกัน

มันทำให้ผมได้รู้ถึงความเหนียวแน่นในความสัมพันธ์ของเราสองคน

ว่ามันไม่ขาดกันง่ายๆ หรอก ( ผมไม่ยอม )

ขอบคุณครับที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของผม

นั่นแน่..เป็นห่วงผมล่ะสิ

ขอบคุณครับที่.เอ๊ย..ไม่เอาดีกว่าข้อนี้ขี้บ่น ไม่ดีๆ

เหมือนยายแก่

แต่ถ้าจะเป็นจริงๆ ขอผมเป็นตาแก่นะ..

สุดท้ายขอบคุณครับที่เข้ามาในชีวิตผม..

ขอบคุณที่ทำให้ผมพูดเลียนแบบหนังเรื่อง As good as it get

“คุณทำให้ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีกว่านี้“

ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้ความหมายของคำว่า You complete Me.

โดยไม่ต้องเปิด Dictionary

ขอบคุณที่อยู่เพื่อให้ผมรัก
 
9/6/2007

กลับมาอีกครั้ง!!!

กลับมาอัพสเปซอีกครั้งหลังจากมีคนเรียกร้อง ----> ตงไหนวะ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีก่า
อาทิตย์ที่แล้ว น้องชมรมรักบี้เล่นได้ใจกุมากเลย
โดยเฉพาะแมต สุดท้าย โดย กุไปลอกคติวิดวะมาแล้วไปบอกน้องตอนจะเริ่มแข่ง
คตินั้นมันมีอยุ่ว่า "แผนกุก็สอนมึงไปหมดแล้ว วันนี้กุขอให้มึงเล่นง่ายๆ ส่งสั้นๆ แท็คหนักๆ แถมเยอะ"
คนไม่ได้เล่นรักบี้อาจไม่รุ้ว่าแท็คคือไร มันคือการ รวบ การชนนั่นเอง
ว่าแล้วน้องกุก็เล่นได้ตามแผนที่พวกพี่ๆวางกันไว้ได้สำเร็จถึงแม้
อันดับจะยุ่ที่ ห้า ก็ เถอะ แต่กุไม่สนใจขอให้มันรักชมรมรักบี้วิดยา กกับเล่นได้ถูกใจพวกกุก็พอแล้ว
คืนนั้นเลยมีการฉลองกันโดยพาไปกินที่ร้านเจริญ พี่อู๋ฝาก แบล๊คมาไห้ 1 ขวด ฮ่าๆ แต่ไห้น้องกิน
พี่ๆอดคับ พวกพี่ๆก็แดกกันไปมีทั้ง แสงโสม เบียร์ลีโอ ฮันเดรด เปเปอร์ สรุปกุกินมันทุกอย่างเลยแสรด
มันมันมาชนก็ต้องชนกะมัน เอ้อ  พอจบงาน ไอ้แมนมันwant จัด เลยไปต่อเจ๊ดาว ไปถึงสั่งแสงมา 1 แบน
โดนัทบอกว่าม่ายพอเลยไปเปลี่ยนเปน 1 กลมแทน แต่มันเสือกไม่แดก หนีไปอู้ ซะงั้น สุดท้ายมีกุกะไอ้แมนแดกกัน 2 คน เซงเป็ด
แล้วโชคร้ายมาเยือน ไอ้โดนัทดันไปแซว พี่บาส รักบี้วิดวะ ว่าแฟนน่ารัก ซะงั้น พี่เค้าเลยมากินเหล้าด้วย แล้วชวนไปกินต่อที่คนะวิดวะ
ก็ไปกินกัน นึกว่าจะเปนเหล้าที่ไหนได้ เบียร์อีกแล้วคับ เซงมาก
กินเหล้าสลับกะเบียรืทั้งคืน โดนัทม่ายหวายเลยไปอ้วกแล้วก็นอนหลับไปที่วิดวะ กุกะไอ้แมนก็กลับมาหอ
โดยลืมไปว่าทิ้งโดนัทไว้ที่วิดวะ เช้าวันต่อมา มีแลปตอนเช้าไม่ได้เข้าแลปซะงั้น ตื่นไม่ทัน เลยไปเรียนกะเซคบ่ายแทน
วันต่อมาเลยเจอโดนัท โดนัทมันบอกว่ามะวานมันไปฉี่ใส่พี่บาสอีก ---โธ่ทำไปได้เพื่อนกุ ฮ่าๆแต่พี่เค้าไม่โกดเพราะพี่เค้าก็เมาเหมือนกัน ก๊ากๆ
 
 
 
 
มาอัพ เรื่องขี้เมาไห้อ่าน เพราะม่ายมีไรจาอัพ ฮ่าๆ
ปล วันนี้โดน โอโจ้หลอกไปกินพิซวซ่า ฮ่าๆ 
     อย่าคิดมากนะเมิง เพื่อนๆก็ขำกันทั้งนั้น 
 

Calendar

Loading...

Sandbox

Loading...

Soapbox Video

Loading...

Etc